บทความ Archive

บทความ ไมโครมิเตอร์ Micrometer

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) เป็นอุปกรณ์วัดละเอียดอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างแพร่หลายไมโครมิเตอร์ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 1848 โดยชาวฝรั่งเศส หลังจากได้รับความนิยมก็ได้มีการพัฒนาปรับปรุงให้สามารถใช้งานได้สะดวกและละเอียดมากขึ้นตามลำดับ 5.1.1 ไมโครมิเตอร์วัดนอก (Outside Micrometer Caliper) 1.) ลักษณะโดยทั่วไปของไมโครมิเตอร์วัดนอก ไมโครมิเตอร์แบบใช้วัดขนาดภายนอกจะอาศัยหลักการทำงานของเกลียวที่จะเกิดค่าระยะพิตช์ เมื่อทำการหมุนเกลียวไป 1 รอบ ก็จะได้ระยะพิตช์เท่ากับ 1 (1 Pitch) ซึ่งระยะพิตช์นี่เองที่ได้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับการเคลื่อนที่ของเกลียว 1 ช่อง กับสเกลหลักบรรทัดเหล็ก เช่น ถ้าเราแบ่งระยะบรรทัดเหล็กออกเป็น 20 ส่วน แล้วหมุนเกลียว 1 ช่อง ผ่านบรรทัดเหล็ก จะได้ระยะ 1/20 ของระยะพิตช์ ซึ่งหลักการนี้ถูกนำไปสร้างเป็นไมโครมิเตอร์ ภาพที่ 5.4 แสดงไมโครมิเตอร์วัดนอก 5.2 ชื่อส่วนประกอบและหน้าที่ของไมโครมิเตอร์วัดนอก ภาพที่ 5.5 แสดงส่วนประกอบของไมโครมิเตอร์ ชื่อส่วนประกอบ หน้าที่ 1. แกนรับ   • หน้าที่รองรับการวัดที่ผิวสัมผัสของแกนรับจะชุบผิวแข็งเพื่อป้องกันการสึกหรอ …

บทความ ขนาดแรงม้า (HP) กิโลวัตต์ (kW) และกิโลโวลต์แอมแปร์ (kVA) สัมพันธ์กันอย่างไร ?

ขนาดแรงม้า (HP) กิโลวัตต์ (kW) และกิโลโวลต์แอมแปร์ (kVA) สัมพันธ์กันอย่างไร ? ทั้งสามเป็นหน่วยบอกขนาดกำลังของเครื่องจักรอุปกรณ์ โดยที่เครื่องจักรกล เช่น กังหันก๊าซหรือกังหันไอน้ำ ใช้ได้เฉพาะหน่วย HP และ kW ขณะที่เครื่องจักรไฟฟ้า เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า สามารถใช้ได้ทั้งสามหน่วย 1 HP = 746 W หรือ 0.746 kW 5 HP = 3730 W หรือ 3.73 kW ขนาดพิกัดกำลังการผลิตของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Nominal Rated Capacity) นอกจากจะระบุเป็นกำลังไฟฟ้าใช้งานจริง kW (Active Power) แล้ว สามารถระบุได้เป็นกำลังไฟฟ้าปรากฏ kVA (Apparent Power) ด้วย โดยมีสัดส่วนระหว่างกันเป็นค่าตัวประกอบกำลัง (Power Factor) ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 0.8 …

บทความ ทำไมรถแข่งใช้ยางเกลี้ยง

ยางรถยนต์มิได้เป็นแค่เพียงเบาะรองล้อ หากมีหน้าที่ทำให้รถเกาะถนนที่ลื่นและต้องไม่ทำให้รถแฉลบไปมาเมื่อห้ามล้อหรือเลี้ยว            ยางรถยนต์โดยทั่วไปมีลวดลายเรียกว่าดอกยาง (tyre treads) ดอกยางประกอบด้วยรอยบากเป็นร่องแคบๆ (Sipes) และคดหยักเป็นรูปฟันปลาทั้งนี้เพื่อช่วยซับน้ำที่ผิวถนนและปล่อยน้ำออกไปทางด้านหลังในขณะที่ล้อแล่นไปข้างหน้า            เมื่อรถแล่นไปบนถนนที่เปียกแฉะ ยางต้องเคลื่อนย้ายน้ำมากกว่า 5 ลิตร/วินาทีเพื่อให้รถเกาะถนนได้ดีพอ เมื่อรถแล่นไปบนถนนที่แห้งสนิท ดอกยางก็ไม่จำเป็น ยางเกลี้ยงทำให้ผิวหน้ายางสัมผัสกับถนนมากที่สุด แต่ถ้าไช้ยางเกลี้ยงในเวลามีฝน น้ำบนถนนจะรวมตัวเป็นผืนที่หน้าล้อและใต้ล้อเป็นเบาะรองล้อเอาไว้ (aquaplaning) จนราวกับว่ารถเล่นไปบนผืนน้ำ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ขับขี่ย่อมบังคับรถไม่อยู่             รถส่วนใหญ่ต้องปฏิบัติงานในทุกสภาพอากาศ ยางถึงต้องมีดอก ต่างจากรถแข่งซึ่งออกวิ่งเพียงปีละไม่กี่ครั้ง ถ้าหากทางวิ่งแห้งรถแข่งจะใช้ยางเกลี้ยง (slick) เพื่อให้เกาะถนนได้ดีที่สุด ล้อรถแข่งมีหน้ายางกว้างเป็น พิเศษทำให้เกาะถนนได้ดีกว่ารถธรรมดาทั่วไป แต่ในเวลาที่มีฝนตก รถแข่งก็จะต้องเปลี่ยนจากยางเกลี้ยงเป็นยางมี ดอก  การเกาะถนน  ยางรถแข่งสำหรับถนนแห้งสนิทจะไม่มีดอก(บน) ยางรถทั่วไปจะต้องเดินทางในทุกสภาพอากาศจึงมีดอกเพื่อซับน้ำและปล่อยน้ำออกขณะที่วิ่ง(ล่าง) http://www.rmutphysics.com/charud/naturemystery/sci1/wheel/wheel.htm   เรียบเรียงโดย 

บทความ การผุกร่อนของโลหะ

การผุกร่อนของโลหะที่พบบ่อยในชีวิตประจำวันได้แก่ เหล็กเป็นสนิม (สนิมเหล็กเป็นออกไซด์ของเหล็ก Fe2O3.xH2O) ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลายประการ ตัวอย่างเช่น การที่อะตอมของโลหะที่ถูกออกซิไดส์แล้วรวมตัวกับออกซิเจนในอากาศเกิดเป็นออกไซด์ของโลหะนั้น เช่น สนิมเหล็ก(Fe2O3) สนิมทองแดง (CuO) หรือสนิมอลูมิเนียม (Al2O3) การเกิดสนิมมีกระบวนการที่ซับซ้อนมากและมีลักษณะเฉพาะตัวดังนี้1. การผุกร่อนของโลหะ คือปฏิกิริยาเคมีที่เกิดระหว่างโลหะกับภาวะแวดล้อม2. ภาวะแวดล้อมที่ทำให้ผุกร่อน คือ ความชื้น และออกซิเจน(H2O, O2) หรือ H2O กับอากาศ3. ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดในการผุกร่อน เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์3.1 โลหะที่เกิดปฏิกิริยา Oxidation (ให้อิเล็กตรอน)3.2 ภาวะแวดล้อมเป็นฝ่ายรับอิเล็กตรอน เกิดปฏิกิริยา Reduction4. สมการแสดงปฏิกิริยาการผุกร่อน (เกิดจากการทดลอง)โลหะ + ภาวะแวดล้อม —–> Ion ของโลหะ + เบส Fe (s) + H2O (l) + O2 (g) —–> Fe2+ (aq) + OH– (aq) …

บทความ เกจวัดกระบอกสูบ Bore Gauge

การใช้เกจวัดกระบอกสูบเป็นเครื่องมือวัดประเภทหนึ่ง มักใช้เพื่อวัดความโตของ กระบอกสูบ ค่าความละเอียดในการวัด: 0.01 มม. คุณลักษณะ: 1 ส่วนที่ยืดหรือหดของโพรบต้องอ่านค่าด้วยไดอัลเกจ 2 ต้องใช้เกจวัดกระบอกสูบร่วมกับไมโครมิเตอร์ 1 ก้านเสริม 2 ตัวล็อคก้านเสริม 3 จุดวัด 4 ไมโครมิเตอร์ วิธีใช้ 1. ชุดเกจวัดกระบอกสูบ (1) ใช้เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์วัดความกว้างของกระบอกสูบ เพื่อหาค่าขนาดมาตรฐาน (2) ทำการเลือกก้านเสริมและใช้แหวนรอง เพื่อให้มีขนาดความยาวมากกว่ากระบอกสูบ 0.5 – 1.0 มม. (ก้านเสริมจะมีขนาดการวัดตายตัว (และขนาดจะเพิ่มขึ้นทีละ 5 มม.) เลือกความยาวของก้านเสริมให้เหมาะสม และใช้แหวนรองเพื่อปรับตั้งอีกครั้ง) (3) ทำการปรับแกนวัดไปประมาณ 1 มม. เมื่อไดอัลเกจสัมผัสกับตัวเกจวัดกระบอกสูบ 1 เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ 2 กระบอกสูบ 3 ตัวล็อคก้านเสริม 4 ก้านเสริม 5 ขนาดก้านเสริม 6 แหวนปรับตั้ง …

บทความ กล้องจุลทรรศน์ Polarized Microscope

ลักษณะของกล้องจุลทรรศน์ Polarized Microscope Polarized  Microscope เป็นกล้องจุลทรรศน์รูปแบบหนึ่งของ Light Microscope ซึ่งกล้องจุลทรรศน์ชนิดนี้จะใช้ในการมอง Material ประเภท Biological ต่างๆเช่น กล้ามเนื้อ และประเภทของสินแร่หรือแร่ธาตุต่างๆ เพื่อดูลักษณะการจัดเรียงตัวของเซล์ว่ามีทิศทางไปในทางใด เพื่อนำไปวิเคราะห์ความแข็งแรงของโครงสร้างของวัตถุนั้นๆ ซึ่งจะใช้หลักการ Polarize ของแสง หลักการทำงานกล้องจุลทรรศน์ Polarized Microscope ซึ่งจะสามารถดูได้ว่าวัสดุที่นำไปตรวจดูที่กล้องจุลทรรศน์ Polaried Microscope ว่าเป็นวัสดุ Birefringence หรือไม่ โดนการปรับหมุนที่ Circular Rotating Stage เพื่อทดสอบการเป็น Polarize ขอบคุณที่มา: http://www.microscopes.in.th/199/กล้องจุลทรรศน์-polarized-microscope.html เรียบเรียงโดย 

บทความ เครื่องจักรที่ใช้ในงานโลหะแผ่น (Machine tools)

เครื่องจักรที่ใช้ในงานโลหะแผ่น (Machine tools) เครื่องจักรที่ใช้ในงานโลหะแผ่น จำแนกเป็นประเภทตามลักษณะงานได้ 5 ประเภท คือ 1. เครื่องตัด ใช้สำหรับตัดโลหะแผ่น ในที่นี้จะไม่ขอกล่าวถึงเครื่องแบบ Power Shear เพราะเป็นการตัดสำหรับงานขนาดใหญ่มากกว่างานโลหะแผ่น) 1.1 เครื่องตัดตรง (Squaring Shear) หรือเครื่องตัดแบบเท้าเหยียบ สามารถตั้งระยะ ในการตัดได้โดยมีเกจ (Gage) เลื่อนตั้งระยะใช้กำลังคนในการตัด มีอุปกรณ์ป้องกัน (Safety guard) กันไม่ให้มือหรือนิ้วมือเข้าไปในคมตัด สามารถตัดโลหะแผ่นได้หนาถึงเบอร์ 18 หรือ ประมาณ 1.2 มม. มีขนาดที่นิยมใช้กันคือขนาด 4 ฟุต รูปที่ 11.29 แสดงเครื่องตัดตรง 1.2 เครื่องตัดโลหะแผ่นแบบคันโยค ( Lever Shear) ใช้สำหรับตัดโลหะแผ่นให้เป็นเส้นตรง หรือรูปต่างมีหลายขนาดให้เลือกใช้ รูปที่ 11.30 แสดงเครื่งตัดโลหะแผ่นแบบคันโยค 2 . เครื่องพับ (Folder and …

บทความ Rockwell Hardness Scale

Rockwell hardness scales หน่วยความแข็งสเกลร็อกเวลล์ สเกลบ่งบอกถึงความแข็งของวัสดุ มีการนำมาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ.1919 ถูกคิดค้นโดย สแตนลีย์ พี. ร็อกเวลล์ จะใช้สัญญลักษณ์ HR ตารมด้วยตัวอักษรที่แสดงหน่วยที่เป็นไปได้ ซึ่งรายละเอียดอยู่ในตารางแนบท้าย ยกตัวอย่างเช่น “HRC 96” หมายถึง ความแข็ง 96 ในหน่วยร็อกเวลล์สเกล C ตัวเลขความแข็ง Rockwell โดยปกติมักจะใช้เพื่ออธิบายความแข็งของโลหะ ถึงแม้ว่าในบางครั้งจะใช้กับพลาสติกได้บ้าง ค่าความแข็งสเกลร็อกเวลล์ ขึ้นอยู่กับความลึกของหลุมกด ที่วัสดุถูกกดโดยหัวกดเพชร หรือหัวกดบอล ซึ่งวิธีการทดสอบแตกต่างจากการทดสอบแบบบริเนลล์ แต่ค่าความแข็งขึ้นกับขนาดหลุมกดเช่นกัน A scale indicating the hardness of materials, first used in 1919, when it was invented by Stanley P. Rockwell. The measurement has no …

บทความ มาตราส่วนเซลเซียสและฟาเรนไฮต์

มาตราส่วนเซลเซียสและฟาเรนไฮต์ การวัดอุณหภูมินั้น มีมาตรวัดกันหลายแบบ แต่ที่นิยมกันก็มีอยู่ 2 แบบ คือ แบบมาตราส่วนเซลเซียส และแบบมาตราส่วนฟาเรนไฮต์ มาตราส่วนเซลเซียส นิยามโดยอาศัยจุดเยือกแข็งของน้ำบริสุทธิ์ภายใต้ความดันบรรยากาศ โดยกำหนดเป็น 0 องศาเซลเซียส (˚C) และจุดเดือดของน้ำบริสุทธิ์ภายใต้ความดันบรรยากาศเป็น 100 องศาเซลเซียส (˚C) มาตราส่วนฟาเรนไฮต์ นิยามโดยอาศัยจุดเยือกแข็งของน้ำบริสุทธิ์ภายใต้ความดันบรรยากาศ โดยกำหนดเป็น 32 องศาฟาเรนไฮต์ (˚F) และจุดเดือดของน้ำบริสุทธิ์ภายใต้ความดันบรรยากาศเป็น 212 องศาฟาเรนไฮต์ (˚F) ข้อสังเกต ถ้าเป็นมาตราส่วนเซลเซียส อุณหภูมิระหว่างจุดเดือดกับจุดเยือกแข็งจะต่างกัน 100 แต่ถ้าเป็นมาตราส่วนฟาเรนไฮต์จะต่างกัน 180 ดังนั้น ถ้าจะเปลี่ยน อุณหภูมิจากมาตราส่วนเซลเซียสไปเป็นฟาเรนไฮต์ ก็ใหคูรอุณหภูมิเซลเซียสด้วย 9 และหารด้วย 5 ผลที่ออกมาบวดด้วย 32 ดังสมการ หรือถ้าจะเปลี่ยน อุณหภูมิจากมาตราส่วนฟาเรนไฮต์เป็นเซลเซียสก็ให้ใช้สมการ เพื่อให้ง่ายแก่การวิเคราะห์ปัญหาทางความร้อน เราจะแยกอุณหภูมิของวัตถุขณะนั้น กับความแตกต่างของอุณหภูมิ โดยใช้สัญลักษณ์ดังตัวอย่างเช่น วัดอุณหภูมิของวัตถุชิ้นหนึ่งได้ 20˚C หรือให้ความร้อนกับน้ำจากอุณหภูมิเริ่มต้น 20 ˚ C จนถึงอุณหภูมิสุดท้าย 30˚ C อุณหภูมิของน้ำเปลี่ยนไป 10 C ˚ ให้สังเกตดูว่าจุดองศาวางไว้ในตำแหน่งที่แตกต่างกัน …
Yahoo bot last visit powered by  Ybotvisit.com
error: Content is protected !!